วิธีการดูแลตัวเองหลังรักษาโรคเชื้อรา

โรคเชื้อรา เป็นโรคติดต่อ แต่ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงมากถ้าหากรักษา และดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เพราะโรคชนิดนี้จะเกิดจากแบคทีเรีย เป็นพาหะนำโรค ถ้าหากว่าคุณดูแลรักษาตัวเองอย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเกิดโรคนี้ได้ แต่ก็ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่เป็นเนื่องมาจากภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง ก็จะต้องหาวิธีการดูแลรักษาอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืนกันต่อไป                 วิธีการดูแลตัวเองหลังจากที่รักษาโรคนี้หายขาดแล้ว ปกติคนทั่วไปก็จะหลีกเลี่ยงการทำกิจวัตรที่เสี่ยงต่อการเกิดซ้ำอีก เช่น ไม่เดินย่ำในน้ำที่สกปรก หรือการทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่เสี่ยงเกิดเชื้อโรคเพราะ คนเหล่านั้นมักจะเชื้ออยู่ในตัว จึงง่ายมากที่จะกลับมาเป็นซ้ำ ฉะนั้นเราจะแนะนำวิธีการดูแลตนเองหลักจากการรักษาโรคเชื้อราหายแล้ว การดูแลรักษาความสะอาด ถือเป็นความจำเป็นอันดับต้นๆ เพราะคนที่เกิดเชื้อราได้นั้น ต้องเป็นคนที่ไม่ชอบทำความสะอาดอย่างหมดจด ฉะนั้นควรดูแลให้ดี ไม่ว่าจะเป็น การอาบน้ำ การตัดเล็บบ่อยๆ หรือแม้แต่สระผม เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อราตามจุดต่างๆ ของร่างกายได้ 2.พยายามอย่าทำตัวเองให้มีเหงื่อเยอะ หรือควรดูแลบริเวณที่เคยเป็นเชื้อรามาก่อนไม่อับชื้น ซึ่งวิธีการก็มีอยู่มากมาย เช่น การทาแป้ง

event_note
close

โรคเชื้อรา เป็นโรคติดต่อ แต่ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงมากถ้าหากรักษา และดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เพราะโรคชนิดนี้จะเกิดจากแบคทีเรีย เป็นพาหะนำโรค ถ้าหากว่าคุณดูแลรักษาตัวเองอย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเกิดโรคนี้ได้ แต่ก็ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่เป็นเนื่องมาจากภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง ก็จะต้องหาวิธีการดูแลรักษาอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืนกันต่อไป                 วิธีการดูแลตัวเองหลังจากที่รักษาโรคนี้หายขาดแล้ว ปกติคนทั่วไปก็จะหลีกเลี่ยงการทำกิจวัตรที่เสี่ยงต่อการเกิดซ้ำอีก เช่น ไม่เดินย่ำในน้ำที่สกปรก หรือการทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่เสี่ยงเกิดเชื้อโรคเพราะ คนเหล่านั้นมักจะเชื้ออยู่ในตัว จึงง่ายมากที่จะกลับมาเป็นซ้ำ ฉะนั้นเราจะแนะนำวิธีการดูแลตนเองหลักจากการรักษาโรคเชื้อราหายแล้ว การดูแลรักษาความสะอาด ถือเป็นความจำเป็นอันดับต้นๆ เพราะคนที่เกิดเชื้อราได้นั้น ต้องเป็นคนที่ไม่ชอบทำความสะอาดอย่างหมดจด ฉะนั้นควรดูแลให้ดี ไม่ว่าจะเป็น การอาบน้ำ การตัดเล็บบ่อยๆ หรือแม้แต่สระผม เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อราตามจุดต่างๆ ของร่างกายได้ 2.พยายามอย่าทำตัวเองให้มีเหงื่อเยอะ หรือควรดูแลบริเวณที่เคยเป็นเชื้อรามาก่อนไม่อับชื้น ซึ่งวิธีการก็มีอยู่มากมาย เช่น การทาแป้ง

Read more

ตู้เย็นเก็บเลือดและวัคซีน

ตู้เย็นเก็บเลือดและวัคซีน การขนส่งวัคซีนกับเลือด จะต้องจัดให้มีระบบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้วัคซีนกับเลือดได้รับดูแลให้อยู่ภายในช่วงของอุณหภูมิที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะหากวัคซีนกับเลือดไม่อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมจะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพและอาจส่งผลร้ายแรงต่อผู้ที่ได้รับ โดยในการเก็บรักษาวัคซีนกับเลือดจะมีช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมดังนี้ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาวัคซีน วัคซีนคือ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากสิ่งที่มีชีวิต หรือที่ได้จากการสังเคราะห์ หรือกระบวนการอื่นใดที่นำมาใช้ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรคของมนุษย์ เพื่อป้องกัน รักษาหรือลดความรุนแรงของโรค ซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาวัคซีนคือ ช่วงอุณหภูมิที่ 2-6 องศาเซลเซียส และถ้าวัคซีนไม่ได้ถูกจัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม แต่อยู่ในอุณหภูมิที่สูง ก็จะทำให้ความแรงของวัคซีนลดลงเร็วขึ้น และเมื่อวัคซีนเสื่อมสภาพ ผู้ได้รับวัคซีนจะไม่ได้รับการป้องกันโรค แต่หากวัคซีนอยู่ในอุณหภูมิที่ทำให้แข็งตัว จะส่งผลให้วัคซีนบางชนิดสูญเสียความแรงไปเลย และวัคซีนที่เสื่อมสภาพจาก freezing เมื่อฉีดแล้วจะเกิดเป็นไตแข็ง อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาเลือด การเก็บรักษาเลือดจะต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิตามมาตรฐาน ก็คืออุณหภูมิระหว่าง +2 องศาเซลเซียส และ +6

event_note
close

ตู้เย็นเก็บเลือดและวัคซีน การขนส่งวัคซีนกับเลือด จะต้องจัดให้มีระบบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้วัคซีนกับเลือดได้รับดูแลให้อยู่ภายในช่วงของอุณหภูมิที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะหากวัคซีนกับเลือดไม่อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมจะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพและอาจส่งผลร้ายแรงต่อผู้ที่ได้รับ โดยในการเก็บรักษาวัคซีนกับเลือดจะมีช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมดังนี้ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาวัคซีน วัคซีนคือ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากสิ่งที่มีชีวิต หรือที่ได้จากการสังเคราะห์ หรือกระบวนการอื่นใดที่นำมาใช้ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรคของมนุษย์ เพื่อป้องกัน รักษาหรือลดความรุนแรงของโรค ซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาวัคซีนคือ ช่วงอุณหภูมิที่ 2-6 องศาเซลเซียส และถ้าวัคซีนไม่ได้ถูกจัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม แต่อยู่ในอุณหภูมิที่สูง ก็จะทำให้ความแรงของวัคซีนลดลงเร็วขึ้น และเมื่อวัคซีนเสื่อมสภาพ ผู้ได้รับวัคซีนจะไม่ได้รับการป้องกันโรค แต่หากวัคซีนอยู่ในอุณหภูมิที่ทำให้แข็งตัว จะส่งผลให้วัคซีนบางชนิดสูญเสียความแรงไปเลย และวัคซีนที่เสื่อมสภาพจาก freezing เมื่อฉีดแล้วจะเกิดเป็นไตแข็ง อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาเลือด การเก็บรักษาเลือดจะต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิตามมาตรฐาน ก็คืออุณหภูมิระหว่าง +2 องศาเซลเซียส และ +6

Read more